Picture
หนูดำ (ปีชวด) 
คาแรคเตอร์ :
 เป็นหนูที่ฉลาดแกมโกง เป็นเจ้าแห่งปัญหาเชาว์ หลอกอาศัยอยู่บนหลังวัวในการเดินทางโดยมีข้อตกลงกันว่า ตราบใดที่วัวยังตอบปัญหาไม่ถูกหนูจะไม่ยอมลงจากหลังวัวโดยเด็ดขาด จนกระทั่งวันสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัย วัวสามารถตอบปัญหาของหนูได้ ทำให้หนูกระโดดลงจากหลัง เข้าเส้นชัยไปในที่สุด....เป็นตัวแรก 

Picture
พี่วัว (ปีฉลู) 
คาแรคเตอร์ :
เป็นวัวที่ซื่อบื้อ แต่มีความโอบอ้อมอารีย์ ชอบช่วยเหลือสัตว์อื่นๆ ในระหว่างการเดินทาง

Picture
พี่เสือ (ปีขาล) 
คาแรคเตอร์ :
คอยจะจ้องกินวัวอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถเข้าใกล้วัวได้ เพราะมันเกลียดหนูเป็นชีวิต จิตใจ

Picture
คุณต่าย (ปีเถาะ) 
คาแรคเตอร์ :
 เป็นกระต่ายเจ้าปัญญา ชอบอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ แต่ข้อเสียคือ ชอบตกใจเกินเหตุ ซึ่งคือ.....กระต่ายตื่นตูมนั่นเอง 

Picture
หญิงเหลือม (ปีมะโรง) 
คาแรคเตอร์ :
 : งูสาวสิงห์นักสืบ ชอบทำตัวสืบ เรื่องราวต่างๆ ของสัตว์ตัวอื่นๆ ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แต่การสืบของเธอจะผิดพลาดตลอด 

Picture
ดินสอ (ปีมะเส็ง) 
คาแรคเตอร์ :
: เป็นเลขาของงูใหญ่ ติดตามไปทุกหน ทุกแห่ง คอยจดบันทึก โดยใช้หางเป็นปากกา

Picture
เหยิน (ปีมะเมีย) 
คาแรคเตอร์ :
 ม้าเจ้าสำราญ ชอบการร้องเพลงเป็นชีวิต จิตใจ แต่เสียงร้อยเพลงแย่ มากๆ เป็นที่เอือมระอาของสัตว์รอบๆ ข้าง

Picture
ลุงถั่วแระ (ปีมะแม) 
คาแรคเตอร์ :
แพะเฒ่าผู้ลุ่มหลงอยู่กับอดีต ชอบเปรียบเทียบเรื่องอดีตของตัวเองกับปัจจุบัน เป็นนักอนุรักษ์นิยม

Picture
คุณจ๋อ (ปีวอก) 
คาแรคเตอร์ :
ปาปารัชซี่ คอยแอบถ่ายสัตว์ต่างๆ สุดท้ายได้ทำข่าวการแข่งขันของ 12 นักกษัตริย์ ขณะที่ทำข่าว บังเอิญตกจากต้นไม้ ลงตรงเส้นชัยพอดี

Picture
โกร้ (ปีระกา) 
คาแรคเตอร์ :
 ไก่ฟ้า รักสวยรักงาม 

Picture
แต้ม (ปีหมา) 
คาแรคเตอร์ :
 สุนัขปลดประจำการ จากสงคราม เป็นสุนัขที่ดูซื่อ เซื่องซึม ไม่ค่อยรู้ร้อน รู้หนาวกับสัตว์อื่นๆ 

Picture
ชมพู (ปีหมู) 
คาแรคเตอร์ :
เป็นเจ้าพ่อภูธร อยากทำตัวให้คนรู้จักมีสมุนบ๊อง บ๊อง 2 ตัว เป็นผู้ติดตามและคอยแนะนำ แต่เรื่องที่ไม่ค่อยจะได้เรื่อง

ขอบคุณ ที่มาของข้อมูลทั้งหมด จากhttp://www.broadcastthai.com/web/12rasi/index.php?page=star
 
 
สวรรค์ดินแดนแห่งความสงบ แต่ตอนนี้เกิดปัญหาใหญ่ที่ทำให้เหล่าเทวดาต้องปวดหัวไปตามๆกันจึงได้มีการจัดประชุมเทวดาครั้งใหญ่ขึ้น เทวดาจากทั่วสารทิศเดินทางมาด้วยพาหนะส่วนตัวที่ต่างกันไป เช่น เมฆรูปรถยี่ห้อดังต่างๆ รุ้งกินน้ำ นกต่างๆ ฯลฯ ในห้องประชุมใหญ่ประธานเทวดาเปิดวาระการประชุมในหัวข้อ การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของสัตว์โลก ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่คือการจดจำอายุและจำนวนของสัตย์ป่าเก่าแก่และที่เกิดขึ้นใหม่ ซึงยากแก่การเรียงลำดับการให้ความช่วยเหลือของสวรรค์ จนทำให้เกิดการแซงคิวให้สัตว์ที่เกิดทางหลัง จึงทำให้ระบบทำงานของสวรรค์ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปหมด การประชุมครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า ให้กำหนดสัญลักษณ์ประจำปี รวมทั้งหมด ๑๒ ปี เพื่อง่ายแก่การจดจำอายุ โดยจะใช้สัตว์แต่ละชนิดประจำในแต่ละปี ทางสวรรค์จึงได้จัดให้มีการแข่งขันของสัตว์ต่างๆเพื่อชงตำแหน่ง ๑๒ นักกษัตริย์ขึ้น บรรดาสัตว์ทั้งหลายได้รู้ข่าวต่างก็อยากเป็นนักกษัตริย์เพราะจะเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ทั้งปวง จึงรีบแห่มาสมัครกันจนมืดฟ้ามัวดินจนแทบจะเกิดการจาจลขึ้น เป็นอีกปัญหาทีทางสวรรค์ต้องแก้ไข ถ้าให้สัตว์ทั้งหมดลงแข่งขันกันคงต้องใช้เวลานานมาก จึงยกเลิกการแข่งขันให้สัตว์ทั้งหมดแยกย้ายกลับป่า

 กลุ่มหัวหน้าเทวดาเข้าประชุมกันอีกครั้ง และลงมติว่าจะใช้สัตว์ทั้งหมด ๓๐ ชนิดเท่านั้น ที่จะมาแข่งขัน วิธีคัดเลือกต้องอาศัยโชคและบุญวาสนาของสัตว์ด้วย โดยทางสวรรค์จะจัดหานกกระดาษจำนวนเท่าสัตว์โลก แล้วโปรยลงสู่โลกให้สัตว์ทั้งหลายได้เก็บไว้คนละตัว จะมีนกกระดาษอยู่ ๑๒ ตัวเท่านั้นที่เขียนว่า ๑๒ นักกษัตริย์ใครเก็บได้จะได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ สัตว์โลกเมื่อรู้ข่าวต่างเฝ้ารอนกกระดาษจากฟากฟ้า เทวดาและนางฟ้ามุ่งมั่นพับนกกระดาษกับจำนวนของสัตว์บนโลก เหล่านางฟ้าออกโปรยนกกระดาษสู่โลก สัตว์ทั้งหลายต่างเก็บนกกระดาษไว้คนละตัว เมื่อถึงเวลาที่สวรรค์กำหนดไว้ สัญลักษณ์ ๑๒ นักกษัตริย์ จึงปรากฏขึ้นบนตัวนกกระดาษทั้ง ๓๐ ตัว สัตว์ที่โชคดีได้คัดเลือกเข้าแข่งขันได้แก่ ๑-๓๐ การที่จะได้ขึ้นเป็น สัญลักษณ์ของสัตว์ทั้งปวง ต้องผ่านการทดสอบอย่างหนัก สัตว์ที่ประกอบด้วยความตั้งใจ ความอดทนและมีสติปัญญาเท่านั้นจึงจะได้เป็น๑๒นักกษัตริย์

ทางสวรรค์ได้เชิญเจ้าแห่งธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เพื่อมาช่วยออกแบบสนามแข่งขันในครั้งนี้ กติกาคือให้ผู้แข่งขันทั้ง ๓๐ จับคู่กันโดยการจับฉลาก จนได้คู่ครบ ๑๕ คู่ การแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ของสวรรค์จึงเริ่มขึ้นโดยทางสวรรค์จะทำการถ่ายทอดสดผ่านดาวหางให้สัตว์ทั้งโลกได้ชมและเชียรกันอย่างเต็มที่ แต่ห้ามเล่นการพนันโดยเด็ดขาด

 ด่านที่ ๑ คือด่าน ดิน แบ่งออกเป็น

บ่อโคลนลื่น

แดนโคลนดูด

ภูเขาหินกลิ้ง

แผ่นดินไหว

แผ่นดินแยก

อสูรดิน

 ด่านที่ ๒ คือด่าน ดิน แบ่งออกเป็น

ธารน้ำเย็น

วังน้ำร้อน

น้ำป่า

น้ำเสีย

คลื่นยักษ์

อสูรน้ำ

 ด่านที่ ๓ คือด่าน ดิน แบ่งออกเป็น

ลมแห่งความแล้ง

พายุฝน

พายุลูกเห็บ

พายุหิมะ

พายุหมุน

อสูรลม

ด่านที่ ๔ คือด่าน ดิน แบ่งออกเป็น

ไฟป่า

ไฟในหุบเขา

ภูเขาไฟ

ฝนไฟ

อสูรไฟ

ในการแข่งขันแต่ละด่าน จะมีการคัดลอกและสลับคู่ จนถึงด่านสดท้ายคือด่านไฟ เหลือสัตว์เพียง ๑๒ ชนิด ละสัตว์ทั้งหมดก็ฝ่าฟันจนเข้าเส้นชัย เรียงลำดับตามนักกษัตริย์ในปัจจุบัน เหล่านักเทวดา นางฟ้า เจ้าแห่งธาตุทั้งสี่ รวมถึงสัตว์ทั้งหลายในโลกต่างแสดงความชื่นชมยินดีกับสัตว์ทั้ง๑๒ชนิดจากนั้นเป็นต้นมา สัตว์ทั้งหลายบนโลกใช้๑๒นักกษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ปีเกิดโดยทั่วกัน จวบจนทุกวันนี้

ขอบคุณสำหรับที่มา
http://www.broadcastthai.com/web/12rasi/index.php
 

    Author

    Write something about yourself. No need to be fancy, just an overview.

    Archives

    October 2012

    Categories

    All